กำหนดการทอดกฐินสามัคคี วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 วัดพระธรรมกาย

กำหนดการทอดกฐินสามัคคี วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 วัดพระธรรมกาย สามารถร่วมพิธี On-line ได้ที่ลิงก์ www.dmc.tv/2564/od/1 ID Zoom : 820 3209 3423 Passcode : 072 หรือ youtube.com/gbnuslive / Facebook.com/gbnus



[ 12 ต.ค. 2564 ] - [ : 809 ]

พิธีทอดกฐินสามัคคีวัดพระธรรมกาย
1 ปี มีเพียงคครั้งเดียว

วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564
 สามารถร่วมพิธี On-line ได้ที่ลิงก์ www.dmc.tv/2564/od/1 ID Zoom : 820 3209 3423 Passcode : 072
หรือ youtube.com/gbnuslive / Facebook.com/gbnus 
 
 
      การทอดกฐินเป็นประเพณีอันดีงามของชาวพุทธที่ศาสนิกชนปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลายาวนานกว่า 2,500 ปี กำเนิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระภิกษุชาวเมืองปาไฐยรัฐออกเดินทางไกลไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ วัดพระเชตวัน พระภิกษุเหล่านั้นมีจีวรที่เปรอะเปื้อน เปียกชุ่ม และเปื่อยขาดด้วยความเก่า พระบรมศาสดาจึงมีพุทธานุญาตให้ภิกษุอยู่จำพรรษารับผ้ากฐิน เพื่อนำมาผลัดเปลี่ยนผ้าเก่าได้หลังออกพรรษา การทอดกฐินจึงเป็นการทำบุญที่เกิดจากพุทธประสงค์
 
     "มหากฐิน" คือ กฐินสามัคคีที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจกันของพุทธศาสนิกชนที่มีความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา และตระหนักถึงอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ของการทอดกฐิน

     การทอดกฐินถือเป็นบุญใหญ่แห่งปีที่ทุกคนรอคอย เพราะเป็นบุญพิเศษที่ทำได้ยากกว่าบุญอื่น เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายประการดังนี้

     1. จำกัดกาลเวลา คือต้องถวายภายใน 1 เดือน นับตั้งแต่วันออกพรรษา
     2. จำกัดชนิดทาน คือ ต้องถวายเป็นสังฆทานเท่านั้น จะถวายเจาะจงภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเหมือนทานอื่นไม่ได้
     3. จำกัดคราว คือ แต่ละวัดรับกฐินได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น
     4. จำกัดผู้รับ คือ พระภิกษุรับกฐินได้จะต้องจำพรรษาที่วัดนั้นครบไตรมาส (3 เดือน) และจะต้องมีจำนวนตั้งแต่ 5 รูปขึ้นไป
     5. จำกัดงาน คือ เมื่อพระภิกษุรับผ้ากฐินแล้ว จะต้องกรานกฐินให้เสร็จภายในวันนั้น
   6. จำกัดของถวาย คือ ไทยธรรมที่ถวายต้องเป็นผ้าผืนใดผืนหนึ่งในไตรจีวรเท่านั้น โดยทั่วไปนิยมใช้สังฆาฏิ ไทยธรรมอื่นจัดเป็นบริวารกฐิน เกิดจากพุทธประสงค์ พระสัมมาสัมมาพุทธเจ้าทรงมีพุทธานุญาตให้พระภิกษุสงฆ์รับผ้ากฐินเพื่อพลัดเปลี่ยนไตรจีวรเก่า แต่ทานอย่างอื่นทายกทูลขอให้อนุญาต เช่น มหาอุบาสิกาวิสาขาทูลขออนุญาต ถวายผ้าอาบน้ำฝน
 
     นอกจากนี้ กฐินทานยังเป็นทานที่พิเศษ คือ ทั้งพระภิกษุและญาติโยมผู้ทอดกฐินได้อานิสงส์ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย

อานิสงส์ของการทำบุญกฐิน, กฐิน, ทอดกฐิน
 
 
"บุคคลใดให้ทานด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นให้ทำด้วย
บุคคลเช่นนี้ไปเกิดที่ใด ย่อมได้ทั้งโภคทรัพย์สมบัติ
และบริวารสมบัติ ในที่ที่ตนไปเกิดนั่นเอง"
พุทธพจน์

อานิสงส์ของการทำบุญทอดกฐิน
 
   ในสมัยของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า มีชายคนหนึ่งชื่อนายติณบาล เขามีฐานะยากจนมาก แต่มีศรัทธาที่แรงกล้าอยากร่วมบุญกฐิน ถึงแม้เขาไม่มีทรัพย์สินเงินทองเลย แต่เขาก็ขวนขวายหาทางร่วมบุญ

     เขาตัดสินใจเอาเสื้อผ้าที่มีอยู่เพียงชุดเดียวไปขาย แล้วนำใบไม้มาเย็บเป็นผ้านุ่งกันอุจาด จากนั้นนำเงินจากการขายเสื้อผ้าไปซื้อด้ายและเข็มมาเป็นบริวารกฐินด้วยความปลื้มปีติเหลือประมาณ

     การกระทำของนายติณบาลทำให้ท้าวสักกเทวราชแห่ง สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เกิดความเลื่อมใสอย่างยิ่ง จนต้องเสด็จลงมาให้พร และเมื่อพระราชาทรงทราบเรื่อง ก็พระราชทานทรัพย์ให้เขาเป็นจำนวนมาก เขาจึงกลายเป็นเศรษฐีทันตาเห็นด้วยบุญจากการทอดกฐินด้วยศรัทธาที่เต็มเปี่ยม

     เมื่อละโลกแล้ว นายติณบาลได้ไปเสวยทิพยสมบัติในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ภพชาติสุดท้ายได้ออกบวชในพระพุทธศาสนาและได้บรรลุอรหัตผลด้วยอำนาจบุญที่เขากระทำมาดีแล้ว
 
 
อานิสงส์ของการถวายผ้าไตรจีวร

     หากเกิดเป็นชาย ถ้าได้สั่งสมบุญด้านการถวายผ้าไตรจีวรมามากเพียงพอแล้ว จะได้บวชแบบเอหิภิกขุอุปสัมปทา ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นผู้บวชให้ ซึ่งถือเป็นสุดยอดของการบวช

     หากเกิดเป็นหญิงจะได้เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ที่เป็นสุดยอดของเครื่องประดับในยุคพุทธกาล ซึ่งในพระไตรปิฎกบันทึกไว้ว่า ในยุคของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน มีสตรีผู้มีบุญมากเพียง 3 ท่าน เท่านั้น ที่ได้ครอบครองเครื่องประดับนี้ คือ มหาอุบาสิกาวิสาขา นางมัลลิกาภรรยาของพันธุลเสนาบดี และลูกสาวเศรษฐีท่านหนึ่ง

อานิสงส์ของการทำบุญกฐิน, กฐิน, ทอดกฐิน
 

อานิสงส์ของการให้ทานจาก "สีหสูตร"


     - ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักที่ชอบใจของคนเป็นอันมาก
     - คนดีเป็นอันมากย่อมพอใจคบหาผู้ให้ทาน
     - ชื่อเสียงอันดีงามของผู้ให้ย่อมฟุ้งขจรไป
     - ผู้ให้ย่อมแกล้วกล้าอาจหาญ ไม่เก้อเขินในที่ประชุมชน
     - เมื่อละจากโลกนี้ ผู้ให้ย่อมบังเกิดในสุคติโลกสวรรค์
 
 


พิมพ์บทความนี้